เครื่องมือภาษาอื่น
|
แฮร์รี่ พอตเตอร์
แฮร์รี่ พอตเตอร์ คือชุดนวนิยายแฟนตาซี ประพันธ์โดย เจ. เค. โรว์ลิ่ง เกี่ยวข้องกับเด็กชายพ่อมดชื่อว่า แฮร์รี่ พอตเตอร์ โดยหนังสือเล่มแรกในชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ วางจำหน่ายในฉบับภาษาอังกฤษเมื่อปี พ.ศ. 2540 และฉบับภาษาไทยในปี พ.ศ. 2543 ปัจจุบันมีหนังสือในชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ออกมาแล้วจำนวนเจ็ดเล่ม โดยเล่มเจ็ดซึ่งเป็นเล่มสุดท้ายของชุดมีชื่อว่า แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต ฉบับภาษาอังกฤษออกวางจำหน่ายทั่วโลกในวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2550และฉบับภาษาไทยออกวางจำหน่ายในวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2550[1] หนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่ผ่านมา ได้รับการตีพิมพ์ทั่วโลกรวมแล้วมากกว่า 325 ล้านเล่ม และมีการแปลเป็นภาษาต่างๆถึง 64 ภาษา[2] เนื้อเรื่องจากห้าเล่มแรก ได้นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์โดยวอร์เนอร์บราเธอร์ส ภาคที่หกกำหนดที่จะเริ่มต้นถ่ายทำในเดือนกันยายน พ.ศ. 2550[3] และกำหนดออกฉายวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552[4] นอกจากนี้ ยังมีการนำไปสร้างเป็นวิดีโอเกมและสินค้าอื่นๆอีกหลายชนิด โครงเรื่องหลักของนวนิยายชุดนี้เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ กับพ่อมดร้ายลอร์ดโวลเดอมอร์ และวางฉากหลักอยู่ที่โรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ วรรณกรรมชุดนี้มีผู้ผลิตหลายสำนักพิมพ์ ได้แก่สำนักพิมพ์บลูมส์บิวรี่ รับผิดชอบพิมพ์จำหน่ายในสหราชอาณาจักร สำนักพิมพ์สกอลาสติกในสหรัฐอเมริกา สำนักพิมพ์เรนโคสต์บุ๊คส์ในแคนาดา และสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์เป็นผู้วางจำหน่ายฉบับภาษาไทย
[แก้] ประวัติการพิมพ์ความคิดเกี่ยวกับแฮร์รี่ พอตเตอร์เข้ามาในหัวของเจ. เค. โรว์ลิ่ง ขณะที่เธอนั่งรถไฟจากแมนเชสเตอร์มายังลอนดอนในปีพ.ศ. 2533 โดยเธอเขียนในเว็บไซต์ส่วนตัวของเธอว่า
หลังจากนั้นโรว์ลิ่งใช้เวลาถึงหกปีก่อนที่แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์จะตีพิมพ์เป็นครั้งแรก โดยโรว์ลิ่งได้วางโครงเรื่องสำหรับเจ็ดภาค และรายละเอียดต่างๆของตัวละครและจักรวาลในนิยายชุดนี้ ช่วงเวลาหกปีนี้ได้รวมถึงการหย่าจากสามีและให้กำเนิดลูกสาวของโรว์ลิ่งด้วย ในปีพ.ศ. 2539 โรว์ลิงเขียนต้นฉบับของหนังสือเล่มแรกเสร็จ และหาคนที่จะเป็นตัวแทนของเธอ ตัวแทนคนถึงสองที่เธอได้ติดต่อ คริสโตเฟอร์ ลิตเติล ได้ตกลงที่จะเป็นตัวแทนของโรว์ลิงและส่งต้นฉบับไปที่สำนักพิมพ์บลูมสบิวรี หลังจากที่แปดสำนักพิมพ์ก่อนหน้านี้ได้ปฏิเสธ บลูมสบิวรีเสนอค่าตอบแทนล่วงหน้าเป็นเงิน 2,500 ปอนด์สเตอร์ลิง สำหรับการตีพิมพ์ Harry Potter and the Philosopher's Stone[6] แม้ว่าโรว์ลิงจะไม่ได้วางกลุ่มอายุเป้าหมายเมื่อครั้งที่เธอเริ่มเขียน สำนักพิมพ์ได้วางกลุ่มอายุเป้าหมายเริ่มแรกไว้ที่ 9 ถึง 11 ปี[7] สำนักพิมพ์ได้ขอให้โรว์ลิงเลือกนามปากกาที่ไม่บ่งบอกเพศ เนื่องจากกลัวว่าเด็กผู้ชายในวัยนี้จะไม่สนใจหากทราบว่าผู้แต่งนั้นเป็นผู้หญิง โรว์ลิงเลือกใช้ชื่อย่อว่า "เจ. เค. โรว์ลิ่ง" จากโจแอน แคทลีน โดยแคทลีนนั้นเป็นชื่อของย่าของเธอ[8][9] หนังสือเล่มแรกได้รับการตีพิมพ์ในสหราชอาณาจักรโดยบลูมสบิวรีในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2540 และหลังจากนั้นในสหรัฐอเมริกาในเดือนกันยายน พ.ศ. 2541 โดยสำนักพิมพ์สกอลาสติก สกอลาสติกต้องการให้เปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น Harry Potter and the Sorcerer's Stone เนื่องจากเกรงว่าผู้อ่านชาวอเมริกันอาจไม่คุ้นชินกับคำว่า philosopher (นักปราชญ์) หรือแก่นเรื่องเกี่ยวกับเวทมนตร์หรือการเล่นแร่แปรธาตุ ที่ philosopher's stone (ศิลานักปราชญ์ ฉบับแปลไทยใช้คำว่าศิลาอาถรรพ์) มีความเกี่ยวข้องอยู่ โรว์ลิ่งออกหนังสือเล่มต่อๆมาตามมาในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้รักษาความสนใจของผู้อ่านและสร้างกลุ่มผู้อ่านที่ภักดีขึ้นได้[10]
[แก้] เนื้อเรื่อง
[แก้] โครงเรื่องเรื่องราวของแฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ซึ่งเป็นเล่มแรก เริ่มต้นด้วยการเฉลิมฉลองของโลกเวทมนตร์ จากการหายตัวไปของลอร์ดโวลเดอมอร์ พ่อมดที่สร้างความหวาดกลัวต่อโลกเวทมนตร์มาเป็นเวลานาน โดยโวลเดอมอร์ได้บุกไปที่บ้านของครอบครัวพอตเตอร์ และฆ่าพ่อแม่ของแฮร์รี่ แต่กลับล้มเหลวและหายตัวไปหลังจากพยายามฆ่าแฮร์รี่ ซึ่งเป็นเพียงเด็กชายวัยหนึ่งปี แฮร์รี่ได้รับการดูแลโดยนำไปฝากไว้กับครอบครัวเดอร์สลีย์ ซึ่งเป็นญาติทางฝ่ายแม่ ครอบครัวเดอร์สลีย์เป็น "มักเกิ้ล" หรือมนุษย์ที่ไร้พลังเวทมนตร์[11] แต่สำหรับพ่อมดแม่มดที่ไม่มีพลังวิเศษ เรียกว่า สควิป แฮร์รี่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างไม่ดีนักในครอบครัวเดอร์สลีย์ และถูกตัดขาดจากโลกเวทมนตร์ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ประหลาดหลายอย่างก็เกิดขึ้นในชีวิตวัยเด็กของแฮร์รี่จากพลังเวทมนตร์ในตัว แฮร์รี่ได้รับการติดต่อจากโลกเวทมนตร์ครั้งแรกก่อนวันเกิดปีที่สิบเอ็ดโดยจดหมายจากโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มดและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ แต่แฮร์รี่ไม่มีโอกาสได้อ่าน จนกระทั่งวันเกิดปีที่สิบเอ็ด แฮร์รี่จึงได้รับรู้ความจริงเกี่ยวกับโลกพ่อมด และได้เข้าร่วมโรงเรียนเวทมนตร์ เรื่องราวแต่ละเล่มในชุดเป็นเรื่องราวของแฮร์รี่ในแต่ละปีหลังจากได้เข้าฮอกวอตส์ ซึ่งแฮร์รี่ได้เรียนเวทมนตร์ และได้พบกับอุปสรรคหลายๆ ประการ รวมทั้งการกลับมาของโวลเดอมอร์ [แก้] ตัวละครตัวละครสำคัญในนิยายชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ได้แก่
ภักดีต่อโวลเดอมอร์มาก แต่ถูกฆ่าตายในภาคที่ 7แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูตโดยมอลลี่ วีสลีย์ แม่ของรอน
[แก้] แก่นเรื่องจากผู้แต่ง แก่นเรื่องหลักนั้นเกี่ยวข้องกับความตาย เธอได้เคยกล่าวว่า
แก่นเรื่องของแฮร์รี่ พอตเตอร์ยังเกี่ยวข้องกับสิ่งอื่นเช่นความรัก อคติ ผู้แต่งได้กล่าวว่าสารเหล่านี้ฝังตัวอยู่ในโครงเรื่องทั้งหมด และเติบโตในเนื้อเรื่องอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าการพยายามแทรกข้อคิดที่เธอต้องการบอก[13] โรว์ลิ่งเรียกตัวเธอเองว่าเป็นพวกฝ่ายซ้าย และในแฮร์รี่ พอตเตอร์ก็มีเนื้อหาการเมืองอยู่ แต่ผู้อ่านแต่ละคนก็จะนำมุมมองของตัวเองใส่เข้าไปด้วย[14] นอกจากนี้ผู้แต่งกล่าวว่า นัยทางด้านศีลธรรมของเรื่องนี้ชัดเจนมากสำหรับเธอ โดยหัวใจอยู่ที่การเลือกระหว่างสิ่งที่ถูกต้องและสิ่งที่ง่ายดาย ดังที่อัลบัส ดัมเบิลดอร์ ตัวแทนของฝ่ายดี กล่าวไว้ในท้ายเล่มสี่[15] [แก้] ลำดับเวลาเนื้อเรื่องในหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ไม่มีการระบุถึงปีตามปฏิทินจริงมากนัก อย่างไรก็ตามมีการอ้างอิงถึงปีจริงบางส่วนในเนื้อเรื่อง ซึ่งทำให้สามารถวางเรื่องราวของแฮร์รี่ พอตเตอร์ตามปีปฏิทินจริงได้ ซึ่งต่อมาข้อมูลได้รับการยืนยันจากการยอมรับของผู้แต่ง ลำดับเวลาซึ่งนำเสนอในดีวีดีภาพยนตร์ และแผนผังตระกูลแบล็กซึ่งผู้แต่งได้นำออกประมูลการกุศล ลำดับเวลาที่ยอมรับกันทั่วไปคือ แฮร์รี่ พอตเตอร์นั้นเกิดในปี พ.ศ. 2523 และเรื่องราวในหนังสือเล่มแรกเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2534 เหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ลำดับเวลาได้อยู่ในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์กับห้องแห่งความลับ บทที่ 8 ซึ่งแฮร์รี่ ได้เข้าร่วม"งานเลี้ยงวันตาย ปีที่ห้าร้อย" ของผีตนหนึ่ง(นิกหัวเกือบขาด) และมีการระบุปีบนเค้กวันตายว่า "ตายวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 1492" (พ.ศ. 2035) ซึ่งแปลว่าเรื่องราวนี้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2535[16]
[แก้] ความสำเร็จทางการค้าความนิยมของแฮร์รี่ พอตเตอร์สร้างความสำเร็จทางการเงินอย่างมากให้กับผู้แต่ง สำนักพิมพ์ และผู้ถือสิทธิ์สินค้าอื่นที่เกี่ยวข้อง หนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ขายได้มากกว่า 350 ล้านฉบับทั่วโลก[2] ทั้งนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์โดยวอร์เนอร์บราเธอร์ส และต่อมาได้นำไปสร้างเป็นวิดีโอเกมและสินค้าอื่นอีกจำนวนมาก ซึ่งสร้างความมั่งคั่งให้กับโรว์ลิ่ง รายงานบางฉบับจัดอันดับความมั่งคั่งของเธอสูงกว่าสมเด็จพระบรมราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2[17][18] ในวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2550 ร้านหนังสือ บาร์นสแอนด์โนเบิล ในสหรัฐอเมริกา ประกาศว่าหนังสือเล่มที่เจ็ดของชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ ได้ทำลายสถิติยอดสั่งจองล่วงหน้าของร้าน โดยมีการสั่งของผ่านเว็บไซต์มากกว่า 500,000 เล่ม[19] ความนิยมแฮร์รี่ พอตเตอร์ ทำให้มีการสร้างสวนสนุก โลกพ่อมดของแฮรี่ พอตเตอร์ ที่ ฟลอริดา สหรัฐอเมริกา กำหนดเปิดปี พ.ศ. 2552[20] [แก้] การแปลหนังสือชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ได้รับการแปลเป็นภาษาอื่นอีกอย่างน้อย 64 ภาษา[2] โดยภาษาแรกที่มีการแปลคือภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน หลังจากนั้นก็ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆมากมาย รวมถึงภาษาละตินและภาษากรีกโบราณ[21] โดยเป็นงานเขียนที่ยาวที่สุดในภาษากรีกโบราณนับตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 3[22] การแปลหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์นั้นมีความยากลำบากหลายประการ เช่น การถ่ายทอดวัฒนธรรมโรงเรียนประจำแบบอังกฤษ การใช้ภาษาที่แสดงถึงบุคลิกภาพหรือสำเนียง รวมถึงการคิดค้นศัพท์ใหม่ๆของผู้แต่งด้วย[23] ผลงานในชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ฉบับแปลภาษาไทยได้รับการจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ โดยมีผู้แปลมาแล้วสามคน ได้แก่สุมาลี บำรุงสุข แปลเล่มที่หนึ่ง สอง ห้า หกและเจ็ด วลีพร หวังซื่อกุลแปลเล่มที่สาม และงามพรรณ เวชชาชีวะแปลเล่มที่สี่ หน้าปกฉบับภาษาไทยนั้นใช้ภาพแบบเดียวกับหน้าปกฉบับอเมริกัน ซึ่งเป็นผลงานของแมรี กรองด์เปร [แก้] คำชื่นชมและวิจารณ์[แก้] ภาพยนตร์ในปีพ.ศ. 2542 เจ. เค. โรว์ลิ่งขายสิทธิการสร้างภาพยนตร์จากหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์สี่เล่มแรกให้กับ Warner Bros. ในราคาหนึ่งล้านปอนด์สเตอร์ลิง[24] โรว์ลิ่งยืนยันให้นักแสดงหลักเป็นชาวสหราชอาณาจักร รวมถึงใช้ภาษาอังกฤษบริเตน[25] ภาพยนตร์สองภาคแรกกำกับโดยคริส โคลัมบัส ภาคที่สามโดยอัลฟองโซ กัวรอง ภาคที่สี่โดยไมค์ นีเวลล์ และภาคที่ห้าโดยเดวิด เยตส์[26] บทภาพยนตร์ของสี่ภาคแรกเขียนโดยสตีฟ โคลฟ โดยร่วมงานกับโรว์ลิ่ง บทภาพยนตร์มีความเปลี่ยนแปลงจากหนังสือบ้างตามรูปแบบการนำเสนอของภาพยนตร์และเงื่อนไขเวลา อย่างไรก็ตาม โรว์ลิ่งได้กล่าวว่าบทภาพยนตร์ของโคลฟนั้นมีความตรงต่อหนังสือ[27] ภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์ห้าภาคที่ผ่านมา มีนักแสดงหลักคือแดเนียล แรดคลิฟฟ์ เอมมา วัตสัน และรูเพิร์ต กรินท์ โดยแสดงเป็นแฮร์รี่ พอตเตอร์ เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ และรอน วีสลีย์ตามลำดับ โดยสามคนนี้ได้รับเลือกในปีพ.ศ. 2543 จากเด็กหลายพันคน[28] Warner Bros. ได้ยืนยันว่านักแสดงหลักสามคนนี้จะร่วมแสดงในภาพยนตร์ภาคที่หกและเจ็ดด้วย[29] มีข่าวยืนยันออกมาแล้วของ W.B.ว่าภาพยนตร์เรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเครื่องรางยมทูต จะถูกแบ่งเป็นสองตอนกำกับโดย David Yates และ Steve Kloves จะกลับมาทำหน้าที่ขียนบทเช่นเดิม และทาง J.K. Rowling ก็เซ็นต์ยอมรับแล้วด้วย[30] ซึ่งก็ทำให้ภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์อยู่จนถึงปี พ.ศ. 2554 เลยทีเดียว รวมแล้วตั้งแต่ภาคแรกจนถึงภาคสุดท้ายใช้เวลานานกว่า 10 ปีเลยทีเดียว
[แก้] วิดีโอเกมอิเลคโทรนิค อาร์ต ได้ผลิต | |||||||||||||||||