เครื่องมือภาษาอื่น
|
สถานีอวกาศนานาชาติสถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station ตัวย่อ ISS) เป็นสถานีอวกาศที่ใช้คนควบคุม ถูกประกอบขึ้นในวงโคจรของโลก ลอยอยู่ในวงโคจรต่ำของโลก สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจากพื้นโลก ลอยอยู่ที่ความสูงระดับ 350-460 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก เคลื่อนที่ด้วยอัตราเร็วเฉลี่ย 27,700 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โคจรรอบโลก 15.77 รอบต่อวัน เป็นโครงการร่วมกันระหว่างหน่วยงานด้านอวกาศ 5 หน่วยจากชาติต่างๆ ได้แก่ องค์การนาซา (สหรัฐอเมริกา), Russian Federal Space Agency (RKA, รัสเซีย), Japan Aerospace Exploration Agency (JAXA, ญี่ปุ่น), Canadian Space Agency (CSA, แคนาดา) และ European Space Agency (ESA, สหภาพยุโรป)[1] สถานีอวกาศนานาชาติ เป็นโครงการที่เกิดขึ้นแทนโครงการสถานีอวกาศของแต่ละชาติ เช่น สถานีอวกาศมีร์ 2 ของรัสเซีย, สถานีอวกาศฟรีดอมของสหรัฐ, โครงการโคลัมบัสของสหภาพยุโรป สถานีอวกาศนานาชาติยังก่อสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ดี และมีเป้าหมายแล้วเสร็จในปี 2010 และจะถูกใช้งานจนถึงปี 2016 ตั้งแต่ลูกเรือชุดแรกขึ้นไปอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ. 2000 จะมีมนุษย์อย่างน้อย 2 คนอยู่บนสถานีอวกาศเสมอ ตอนนี้ลูกเรือชุดที่ 16 ประจำการอยู่ ปัจจุบันสถานีอวกาศนานาชาติมีศักยภาพในการรองรับผู้อาศัยได้มากสุดครั้งละ 3 คน เมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์แล้ว มันจะรองรับได้อย่างน้อยทั้งหมด 6 คนเพื่อที่จะได้ทำวิจัยต่างๆได้ ในช่วงแรกลูกเรือทั้งหมดมาจากหน่วยงานด้านอวกาศของรัสเซียและสหรัฐฯ Thomas Reiter นักบินอวกาศชาวเยอรมันที่เป็นลูกเรือชุดที่ 13 เป็นลูกเรือคนแรกที่มาจากหน่วยงานอวกาศอื่น สถานีอวกาศนานาชาติมีนักบินอวกาศจาก 15 ประเทศมาเยี่ยมชมแล้ว สถานีอวกาศนานาชาติ เป็นสิ่งก่อสร้างที่แพงที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยสร้าง[2]
[แก้] โมดูลที่ได้รับการปรับความดันสถานีอวกาศนานาชาติยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง เมื่อสร้างเสร็จแล้วมันจะประกอบด้วยโมดูลที่ได้รับการปรับความดันทั้งหมด 14 โมดูล มีปริมาตรรวมทั้งหมดประมาณ 1,000 ลูกบาศก์เมตร โมดูลเหล่านี้ประกอบด้วยห้องทดลอง ส่วนเชื่อมต่อ โหนด และส่วนอยู่อาศัย ตอนนี้มีโมดูล 8 โมดูลอยู่ในวงโคจรแล้ว อีก 6 โมดูลยังคงรอการส่งขึ้นมา โมดูลแต่ละโมดูลจะถูกขนขึ้นมาด้วยกระสวยอวกาศ จรวดโปรตอน และจรวดโซยูซ ดังตารางข้างล่างนี้
[แก้] ระบบหลัก[แก้] ระบบจ่ายพลังงานแหล่งพลังงานหลักของสถานีอวกาศนานาชาติคือดวงอาทิตย์ แผงรับแสงอาทิตย์จะแปลงพลังงานแสงให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ก่อนที่จะมีการติดตั้งเที่ยวบินที่ A4 (เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 2000) แหล่งพลังงานหลักของสถานีมาจากแผงดวงอาทิตย์ของรัสเซียที่ติดอยู่กับส่วน Zarya และส่วน Zvezda ส่วนของรัสเซียใช้ไฟกระแสตรง 28 โวลต์ ส่วนที่เหลือของสถานีใช้ไฟฟ้าที่ได้จากโซลาเซลล์ที่ติดกับโครงยึดโดยให้ไฟฟ้ากระแสตรงตั้งแต่ 130 ถึง 180 โวลต์ พลังงานไฟฟ้าจะถูกทำให้คงที่อยู่ที่ระดับ 160 โวลต์และแปลงให้อยู่ในระดับที่ผู้ใช้ต้องการคือ 124 โวลต์ สถานีทั้งสองส่วนสามารถใช้พลังงานร่วมกันได้โดยอาศัยตัวแปลง หลังจากที่เลิกใช้ Russian Science Power Platform แล้ว ส่วนของรัสเซียจะใช้พลังงานที่ได้จากแผงดวงอาทิตย์ของสหรัฐฯ[4] แผงดวงอาทิตย์จะหันหน้าเข้าสู่ดวงอาทิตย์เพื่อให้รับพลังงานได้มากที่สุด แผงดวงอาทิตย์มีพื้นที่ 375 ตารางเมตร และยาว 58 เมตร วงแหวนอัลฟาจะปรับแผงดวงอาทิตย์ให้หันหน้าเข้าสู่ดวงอาทิตย์ในการโคจรแต่ละรอบ วงแหวนบีตาจะปรับมุมของดวงอาทิตย์กับระนาบการโคจร นอกจากนี้ยังมีการใช้ Night Glider mode เพื่อลดแรงลากของยานโดยการหมุนแผงดวงอาทิตย์ให้ชี้ไปในทิศการเคลื่อนที่ของยาน [แก้] ระบบสนับสนุนการดำรงชีพระบบสนับสนุนการดำรงชีพของสถานีทำหน้าที่หลายๆอย่าง เช่น ควบคุมความดันอากาศ ระดับออกซิเจน น้ำ ระบบดับเพลิง และอื่นๆอีกมากมาย ระบบ Elektron ทำหน้าที่สร้างออกซิเจนไปทั่วสถานี สิ่งสำคัญที่สุดที่ทำให้มนุษย์อยู่บนนี่ได้ก็คืออากาศ นอกจากนี้ระบบยังทำหน้าที่จัดการกับของเสียของลูกเรือ ตัวอย่างเช่น ระบบจะทำการรีไซเคิลน้ำที่ได้จากอ่าง ที่อาบน้ำ โถปัสสาวะ มีการใช้ถ่านกัมมันต์เพื่อกำจัดของเสียในอากาศที่เกิดจากเมตาบอลิซึมของมนุษย์ [แก้] ระบบควบคุมทิศทางสถานีมีกลไกการควบคุมทิศทางอยู่สองกลไก โดยปกติยานจะใช้ไจโรสโคปหลายตัวช่วยรักษาทิศทาง ในกรณีที่ไจโรสโคปอิ่มตัวแล้ว (รับโมเมนตัมจนถึงระดับที่ไม่สามารถรับเพิ่มได้อีกแล้ว) ระบบควบคุมทิศทางของรัสเซียจะทำงานโดยใช้ตัวปรับทิศทำการปรับทิศทางของยาน และให้ไจโรสโคปคลายโมเมนตัมเพื่อจะได้ใช้ได้ใหม่อีกครั้ง [แก้] ระบบควบคุมความสูงสถานีอวกาศนานาชาติรักษาความสูงอยู่ที่ระดับ 278 กิโลเมตรถึง 460 กิโลเมตร ความสูงของสถานีจะลดลงอยู่เรื่อยๆเนื่องจากแรงลากในชั้นบรรยากาศและแรงโน้มถ่วงของโลก มันจึงต้องทำการปรับความสูงทุกๆปี กราฟความสูงแสดงให้เห็นว่าความสูงของมันลดลง 2.5 กิโลเมตรต่อเดือน การเพิ่มความสูงทำโดยใช้ส่วนเพิ่มความสูงที่ติดอยู่ที่ส่วน Zvezda หรืออาจใช้ยานลำเลียง Progress แล้วใช้เวลาประมาณสองรอบวงโคจร (สามชั่วโมง) เพื่อเพิ่มความสูงอีกหลายกิโลเมตร ขณะที่มันกำลังถูกก่อสร้าง ความสูงของมันจะอยู่ในระดับต่ำมาก เพื่อให้กระสวยอวกาศจากพื้นโลกขนส่งของไปยังสถานีได้อย่างสะดวก [แก้] การวิจัยทางวิทยาศาสตร์เป้าหมายหนึ่งของสถานีอวกาศนานาชาติ คือการทำการทดลองที่จำเป็นต้องทำบนสถานีอวกาศ การวิจัยสาขาหลักได้แก่ ชีววิทยา (การวิจัยทางแพทย์และเทคโนโลยีทางชีววิทยา) ฟิสิกส์ (กลศาสตร์ของไหล วัสดุศาสตร์ และควอนตัมฟิสิกส์) ดาราศาสตร์ (รวมถึงจักรวาลวิทยา) และอุตุนิยมวิทยา รัฐบัญญัติ NASA Authorization ค.ศ. 2005 กำหนดให้สถานีอวกาศส่วนของสหรัฐฯ เป็นห้องปฏิบัติการแห่งชาติของสหรัฐฯที่มีเป้าหมายเพื่อใช้ประโยชน์จากสถานีอวกาศโดยภาครัฐและเอกชน ตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา มีการทดลองไม่กี่การทดลองนอกจากการทดลองเกี่ยวกับผลกระทบจากสภาวะไร้น้ำหนักต่อร่างกายมนุษย์ อย่างไรก็ตาม ภายในปี 2010 นี้ จะมีโมดูลเกี่ยวกับการวิจัยขึ้นไปติดตั้งอีกสี่โมดูล คาดว่าจะมีการวิจัยที่ละเอียดมากกว่านี้ [แก้] ขอบเขตของการวิจัยเป้าหมายหนึ่งของการวิจัยเกี่ยวกับชีววิทยา คือการทำความเข้าใจกับผลกระทบต่อร่างกายมนุษย์ที่อยู่ในอวกาศเป็นเวลานาน เช่น การเสื่อมของกล้ามเนื้อและกระดูก และศึกษาเกี่ยวกับของไหลในร่างกายมนุษย์ ซึ่งจะทำให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตั้งถิ่นฐานในอวกาศและการเดินทางในอวกาศเป็นเวลานาน ข้อมูลล่าสุดพบว่าเนื้อเยื่อสามมิติของมนุษย์สามารถเติบโตได้ในสภาวะไร้น้ำหนัก และผลึกโปรตีนรูปร่างประหลาดก็สามารถก่อตัวขึ้นได้ในสภาวะนี้ นาซ่ากล่าวว่าจะศึกษาปรากฏการณ์เหล่านี้ นาซ่าจะศึกษาปัญหาฟิสิกส์เด่นๆ เช่น กลศาสตร์ของไหลในสภาพไร้น้ำหนักที่ยังไม่เป็นที่เข้าใจกันดีนัก นักวิจัยจะทำความเข้าใจกับของไหลโดยละเอียดในอนาคต นักวิทยาศาสตร์สนใจที่จะศึกษาการรวมตัวของของไหลบนอวกาศที่ไม่สามารถผสมกันได้ดีบนโลก เพราะของไหลในอวกาศสามารถรวมตัวกันได้เกือบสนิทโดยไม่ขึ้นกับน้ำหนักที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์หวังจะได้รับข้อมูลใหม่ๆเกี่ยวกับสถานะของสสาร (เน้นในเรื่องสารตัวนำยิ่งยวด) โดยการตรวจสอบปฏิกิริยาบนอวกาศที่ดำเนินไปช้ากว่าบนโลกเพราะความโน้มถ่วงและอุณหภูมิที่ต่ำ นอกจากนี้ นักวิจัยต่างก็หวังที่จะศึกษากระบวนการเผาไหม้ในสภาพที่แรงโน้มถ่วงน้อยกว่าบนโลก เพื่อค้นหาหนทางพัฒนาประสิทธิภาพการเผาไหม้ อันจะเกิดผลดีต่อเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม นักวิทยาศาสตร์วางแผนที่จะใช้สถานีอวกาศเพื่อตรวจสอบละออง โอโซน ไอน้ำ และออกไซด์ในชั้นบรรยากาศของโลก และรังสีคอสมิก ฝุ่นอวกาศ ปฏิสสาร และสสารมืดในจักรวาล เป้าหมายระยะยาวของการวิจัยก็คือการพัฒนาเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการสำรวจอวกาศและดาวเคราะห์โดยใช้มนุษย์เป็นผู้สำรวจ การตั้งถิ่นฐานในอวกาศ (รวมถึงระบบสนับสนุนการดำรงชีพ ระบบเตือนภัย และการเฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมในอวกาศ) หาหนทางใหม่ในการรักษาโรค หาวิธีสร้างวัสดุที่มีประสิทธิภาพ สร้างเครื่องมือวัดที่เที่ยงตรงมากขึ้นที่ไม่สามารถสร้างได้บนโลก และทำความเข้าใจกับจักรวาลให้มากขึ้น [แก้] เบ็ดเตล็ด[แก้] การท่องเที่ยวอวกาศตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา มีนักท่องเที่ยวขึ้นไปบนสถานีอวกาศทั้งหมด 5 คน โดยจ่ายเงินคนละประมาณ 25 ล้านเหรียญสหรัฐฯ [แก้] สภาวะเกือบไร้แรงโน้มถ่วงสถานีอวกาศได้รับแรงโน้มถ่วงประมาณ 88% ของแรงโน้มถ่วงที่ระดับน้ำทะเล สภาวะไร้น้ำหนักภายในยานเกิดขึ้นเนื่องจากการตกอย่างอิสระของสถานีอวกาศ ซึ่งเป็นไปตามหลักความสมมูล อย่างไรก็ตาม สภาพในยานยังคงเป็นสภาวะ"เกือบ"ไร้น้ำหนัก ไม่ใช่ สภาวะไร้น้ำหนักอย่างสิ้นเชิง เพราะมีแรงสี่แรงที่รบกวนดังนี้
[แก้] เขตเวลาสถานีอวกาศนานาชาติใช้เวลาสากลเชิงพิกัด (UTC, บางครั้งเรียกว่า GMT) เป็นตัวกำหนดวัน หน้าต่างจะปิดในเวลาที่ควรจะเป็นกลางคืน เพื่อสร้างบรรยากาศความมืดเนื่องจากสถานีอวกาศจะต้องพบดวงอาทิตย์ขึ้น/ตกถึง 16 ครั้งต่อวัน โดยทั่วไป ลูกเรือจะตื่นเวลา 7:00 UTC ทำงานประมาณสิบชั่วโมงในวันจันทร์ถึงศุกร์ และทำงานห้าชั่วโมงในวันเสาร์ ในระหว่างภารกิจขนส่ง ลูกเรือมักจะใช้เวลาตามเวลาปล่อยยาน แต่เนื่องจากเวลาปล่อยยานกับเวลา UTC มักไม่ค่อยตรงกัน ลูกเรือจึงต้องปรับเวลานอนก่อนที่ยานจะมาถึงและหลังจากที่ออกไปแล้ว [แก้] ดูเพิ่ม[แก้] อ้างอิง
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||