|
|
ภาษามลายูปัตตานี
ภาษามลายูปัตตานี หรือ มลายูปาตานี หรือนิยมเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า ภาษายาวี(เรียกในภาษาอังกฤษ ว่า 'Pattani Malay' หรือ 'Patani Malay') เป็นภาษากลุ่มออสโตรนีเซียน ที่พูดโดยชาวไทยเชื้อสายมลายูในจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลา และในบางอำเภอของสงขลา (ไม่รวมสตูล) ในประเทศไทยมีประชากรที่พูดภาษานี้มากกว่า 1 ล้านคน ภาษานี้ใกล้เคียงมากกับภาษาถิ่นในรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ซึ่งพูดภาษาถิ่นที่แตกต่างจากส่วนที่เหลือของประเทศมาเลเซีย
[แก้] คำศัพท์
นอกจากคำศัพท์พื้นฐานของภาษามลายูแล้ว ภาษามลายูปัตตานีมีคำยืมจากภาษาอื่นหลายภาษา ได้แก่ [1]
[แก้] ความแตกต่างระหว่างภาษามลายูปัตตานีกับภาษามาเลย์
ความแตกต่างระหว่างภาษามลายูปัตตานีกับภาษามลายูกลางหรือภาษามาเลย์มีดังนี้[2]
[แก้] การใช้คำ
บางคำทั้งสองภาษาใช้คำต่างกัน เช่น ฉัน ภาษามาเลย์ใช้ ซายา ภาษามลายูปัตตานีใช้ อามอหรือซายอ มันเทศ ภาษามาเลย์ใช้ อูบี กิลิเดะ ภาษามลายูปัตตานีใช้ อูปีกือแตลอ นอกจากนี้ ยังมีการใช้คำภาษาไทยปนเข้ามาในบางส่วน
[แก้] การออกเสียง
- ออกเสียงสระต่างกันได้แก่
- เสียงอะ + พยัญชนะนาสิกในภาษามาเลย์เป็นแอในภาษามลายูปัตตานี เช่น อายัม (ไก่) เป็น อาแย มากัน (กิน) เป็น มาแก
- เสียงอะ + หในภาษามาเลย์เป็นเอาะในภาษามลายูปัตตานี รูมะหฺ (บ้าน) เป็น รูเมาะหฺ
- เสียงอะในภาษามาเลย์เป็นเอาะในภาษามลายูปัตตานี บาวะ (พา) เป็น บอเวาะ มินตะ (ขอ) เป็น ม๊เตาะ
- เสียงอาท้ายคำในภาษามาเลย์เป็นออในภาษามลายูปัตตานี นามา (ชื่อ) เป็น นามอ ซีลา (เชิญ) เป็น ซีลอ
- เสียงอีท้ายคำที่ประสมกับพยัญชนะนาสิกในภาษามาเลย์เป็นเสียงอิงในภาษามลายูปัตตานี สินี (ที่นั่ง) เป็น สินิง
- เสียงไอท้ายคำในภาษามาเลย์เป็นอาหรือแอในภาษามลายูปัตตานี เช่น ซูไง (คลอง) เป็น ซูงา หรือซูแง กือได (ตลาด) เป็น กือดา หรือ กือแด การเพี้ยนเสียงเป็นแอ พบในบางท้องถิ่นเท่านั้น
- เสียงเอาท้ายคำในภาษามาเลย์เป็นอาในภาษามลายูปัตตานี เช่น ปีเซา (มีด) เป็นปีซา
- เสียงอัวในภาษามาเลย์เป็นออในภาษามลายูปัตตานี เช่น ปัวซอ (บวช) เป็น ปอซอ
- เสียงเอียในภาษามาเลย์เป็นเสียงอี + ยในภาษามลายูปัตตานี เช่น เสียม (สยาม) เป็น สีแย
- เสียงเอียพยางค์หน้าในภาษามาเลย์เป็นแอในภาษามลายูปัตตานี เช่น เบียซา (เคย) เป็น แบซอ
- ออกเสียงตัวสะกดต่างกัน
- ตัวสะกดที่เป็นเสียงเสียดแทรก (ส, ฟ) ในภาษามาเลย์เป็นเสียงที่เกิดจากคอหอย (ห) ในภาษามลายูปัตตานี เช่น มาลัส (เกียจคร้าน) เป็น มาละหฺ
- ตัวสะกด น, ม ในภาษามาเลย์เป็น ง สะกด ในภาษามลายูปัตตานี เช่น ฮากิม (ตุลาการ) เป็น ฮาเก็ง
- ออกเสียงพยัญชนะต้นต่างกันเช่น
- ร ในภาษามาเลย์เป็น ฆฮ ในภาษามลายูปัตตานี เช่น โอรัง (คน) เป็น ออแฆฮ
นอกจากนั้นภาษามลายูปัตตานียังนิยมลดเสียงและคำที่พูดเช่น เออมะ เสาดาราในภาษามาเลย์เป็น เมาะสดารอ ในภาษามลายูปัตตานี
[แก้] โครงสร้างประโยค
ภาษามลายูปัตตานีนิยมเรียงประโยคแบบภาษาไทยคือใช้รูปประธานกระทำ ส่วนภาษามาเลย์ใช้ประโยคแบบประธานถูกกระทำ เช่น ภาษามาเลย์ใช้ ตูวัน ดีเปอรานะกัน ตีมานา (ท่านถูกเกิดที่ไหน) ภาษามลายูปัตตานีใช้ ตูแว บือราเนาะ ดีมานอ (ท่านเกิดที่ไหน)
[แก้] ความต่างของไวยากรณ์
- ภาษามลายูปัตตานีคัดคำอุปสรรคที่ไม่จำเป็นออก เช่น บรยาลันในภาษามาเลย์เป็น ยยาแล
- ภาษามลายูปัตตานีใช้คำง่ายกว่า เช่น มาแก ใช้ได้ทั้ง กินข้าว ดื่มน้ำ สูบบุหรี่ แต่ภาษามาเลย์แยกเป็น มากัน (กิน) มีนุม (ดื่ม) หิสัป (สูบ)
- ภาษามาเลย์มีการแยกระดับของคำมากกว่า เช่น ผู้ชายใช้ ลากี-ลากี สัตว์ตัวผู้ใช้ ยันตัน ส่วนภาษามลายูปัตตานีใช้ ยาแต กับทั้งคนและสัตว์ ส่วนลลากี มีใช้น้อย
- ภาษามลายูปัตตานีมีการเรียงคำแบบภาษาไทยมากกว่า เช่น ทำนา ใช้ บูวะบือแน
[แก้] อ้างอิง
- ^ ประพนธ์, 2540
- ^ ประพนธ์, 2540
- ประพนธ์ เรืองณรงค์. บุหงาปัตตานี: คติชนไทยมุสลิมชายแดนภาคใต้. กทม. มติชน. 2540
|